วันจันทร์, 15 สิงหาคม 2565

ทน.สงขลา จัดอบรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันประโยชน์ทับซ้อนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐให้กับพนักงานเทศบาล เร่งสร้างองค์ความรู้และให้ตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน สร้างจิตสำนึกและจริยธรรมในการทำงานเพื่อส่วนรวม

ทน.สงขลา จัดอบรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันประโยชน์ทับซ้อนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐให้กับพนักงานเทศบาล เร่งสร้างองค์ความรู้และให้ตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน สร้างจิตสำนึกและจริยธรรมในการทำงานเพื่อส่วนรวม เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และถูกต้องตามกฎหมาย

วันนี้ (28 มิถุนายน 2565) ที่ห้องประชุมสารภี 2 เทศบาลนครสงขลา โดยฝ่ายนิติการ สำนักปลัดเทศบาล กำหนดจัดโครงการอบรมเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันประโยชน์ทับซ้อนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีนายนิวัฒน์ สุขศิริ ปลัดเทศบาล รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีนครสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมฯ พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ประยูรสวัสดิ์เดช นางสาวเยาวลักษณ์ กิมาคม รองปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงานเทศบาล เข้าร่วมการอบรมฯ จำนวน 40 คน ซึ่งได้รับเกียรติวิทยากรจาก นางสาววัชรินทร์ ไชยสมบัติ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสงขลา มาบรรยายให้ความรู้ เรื่อง การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 และผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ณัฐกร ยกชูธนชัย ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา บรรยายให้ความรู้ เรื่อง กระบวนการพิจารณาคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และกรณีศึกษาที่เกี่ยวกับการพิจารณาคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโครงการอบรมเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันประโยชน์ทับซ้อนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้อำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนบุคคล และยึดหลักความโปร่งใสในการปฏิบัติงานและธรรมาภิบาล เพื่อพัฒนาองค์กรให้มีความเจริญก้าวหน้าโดยการมีผลประโยชน์ทับซ้อน ถือเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่นประเภทหนึ่ง เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนบุคคล โดยการละเมิดต่อกฎหมาย และจริยธรรม เป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ ไปแทรกแซงการใช้ดุลยพินิจ ในกระบวนการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จนทำให้เกิดการละทิ้งคุณธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่สาธารณะ ขาดความเป็นอิสระ และความเป็นกลาง จนส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะของส่วนรวม และเป็นการกระทำที่ทำให้ ผลประโยชน์หลักขององค์กร หน่วยงาน สถาบัน และสังคมต้องสูญเสียไป โดยผลประโยชน์ที่สูญเสียอาจอยู่ในรูปของผลประโยชน์ทางการเงิน คุณภาพ การให้บริการ ความเป็นธรรมในสังคม รวมถึงคุณค่าอื่น ๆ ตลอดจนโอกาส ในอนาคตตั้งแต่ระดับองค์กรจนถึงระดับสังคม ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายเรื่องผลประโยชน์ขัดกันระหว่าง “ผลประโยชน์ส่วนบุคคล” กับ “ผลประโยชน์ส่วนรวม” โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ได้บัญญัติการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมไว้ในหมวด 6 มาตรา 126 ถึง 129 ซึ่งมีเจตนาเพื่อป้องกันและขจัดมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบ

เยาวเรศ มณีพันธุ์ // ข่าวนิธินันท์ บริสุทธิ์ // ภาพงานประชาสัมพันธ์ กองยุทธศาสตร์และงบประมาณดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.songkhlacity.go.th และ https://www.facebook.com/SongkhlaMunicipality