วันอาทิตย์, 24 ตุลาคม 2564

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการหน่วยที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางเข้าประเทศไทยและการเปิดพื้นที่นำร่องสำหรับการท่องเที่ยว

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 27 ก.ย.64 ที่ผ่านมา ทาง ศบค. ได้มีมติขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถึง 30 พ.ย.64 และผ่อนคลายมาตรการและอนุญาตให้เปิดกิจกรรม กิจการ  การเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่จังหวัด  ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 64 เป็นต้นไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใยประชาชน จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและ ศบค. ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย การปรับมาตราการสำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ปรับลดระยะเวลาการกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร สำหรับผู้ทีมีเอกสารการฉีดวัคซีน ให้กักตัว 7 วัน สำหรับผู้ที่ไม่มีเอกสารการฉีดวัคซีน ให้กักตัว 10-14 วัน  รองรับการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่จังหวัด

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล พร้อมกำชับการปฎิบัติของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภารกิจตามพิธีการคนเข้าเมืองและตามมาตรการทางสาธารณสุข   การปรับลดระยะเวลากักตัวของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเข้าพื้นที่นำร่องสำหรับการท่องเที่ยว ตามที่ ศคบ.ได้กำหนด รวมถึงภารกิจการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่

โดยให้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานทหาร หน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รองรับภารกิจการเปิดพื้นที่นำร่องสำหรับการท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนกำลังเมื่อมีการร้องขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในทุกพื้นที่ตามคำสั่ง ประกาศ ข้อกำหนดของ ศบค. และคำสั่งจังหวัดที่เกี่ยวข้อง พร้อมเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยงต่างๆ อย่างเคร่งครัด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่ออีกว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีความพร้อมสำหรับพิธีการตรวจคนเข้าเมือง คัดกรองการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ตามท่าอากาศยาน ด่านทางบก และด่านทางน้ำ พร้อมประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่ ศบค. ได้กำหนด   รวมถึงการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ในทุกจังหวัดที่จะทำการเปิดพื้นที่สำหรับการท่องเที่ยว

อีกทั้ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดให้เตรียมพร้อมสำหรับภารกิจตามนโยบายรัฐบาลและ ศบค. สำหรับการเปิดพื้นที่นำร่องสำหรับการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่จังหวัด  รวมถึงการออกตรวจสอบพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำแก่ประชาชน นักท่องเที่ยวในการปฏิบัติตาม ประกาศ ข้อกำหนด มาตราการ ของ ศบค. และคำสั่งจังหวัดที่เกี่ยวข้อง อย่างถูกต้อง ยังคงมาตราการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ออกตรวจสอบ สถานประกอบการ สถานบันเทิง ร้านอาหารที่ลักลอบจำหน่ายสุรา จุดที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19  โดยให้ผู้บังคับบัญชาในแต่ละพื้นที่คอยควบคุมกำกับการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากมีการปล่อยปละละเลย ก็จะพิจารณาความบกพร่องทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง มายังหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชม.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ