มหาวิทยาลัยทักษิณ เปิดเวทีเสวนา “ปลดล๊อก กระท่อม พืชเศรษฐกิจ…ทางเลือกของชุมชน”ออนไลน์

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ปลดล็อก พืชกระท่อม พ้นยาเสพติดประเภท 5 ให้เป็นไปตามบริบทสังคมไทย มีผลวันที่ 24 สิงหาคม 2564 เป็นผลให้ชาวบ้านสามารถกิน ปลูก และขายได้อย่างเสรี ยกเว้นการนำไปผสมกับสารเสพติดอื่นๆ จากการเผยแพร่กฎหมายฉบับดังกล่าวนำมาสู่เวทีเสวนาในหัวข้อ: ปลดล๊อก กระท่อม พืชเศรษฐกิจ…ทางเลือกของชุมชน” จัดโดยสถาบันปฎิบัติการชุมชนเพื่อการศึกษาแบบบูรการ มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นการเสวนาออนไลน์ Facebook Live ผ่านทาง Facebook Fanpage : WeTSU มหาวิทยาลัยทักษิณ เมื่อวันอังคารที่ 24 สิงหาคม 2564 เวลา 13.30-16.00น. โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ เปิดการเสวนา นอกจากนี้ในการเสวนาดังกล่าวยังได้สาธิตวิธีการทำเครื่องดื่มม็อกเทลกระท่อม โดยเชฟจากโรงแรมเดอะไพน์ สงขลา

ในการเสวนาครั้งนี้ ได้เชิญวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาร่วมแสดงทัศนะเกี่ยวกับทิศทางของพืชกระท่อมภายหลัง พรบ.ปลดล็อกพืชกระท่อมมีผลบังคับใช้ ประกอบด้วยนายเกษม บุญชนะ ประธานสมัชชาพืชกระท่อมแห่งชาติ ,นายสุนทร รักษ์รงค์ ที่ปรึกษากรรมมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม , รองศาสตราจารย์ ดร. สรพงศ์ เบ็ญจศรี คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ ,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พนิตา ก้งซุ่น คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ,อาจารย์เอกราช สุวรรณรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ดำเนินการเสวนาโดย ดร. บัณฑิต ทองสงฆ์ รักษาการรองผู้อำนวยการสถาบันปฏิบัติการชุมชนเพื่อการศึกษาแบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยทักษิณ

รองศาสตราจารย์ ดร. ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ กล่าวว่า กฏหมายที่กำกับ ควบคุม พืชกระท่อมว่าเป็นยาเสพติดให้โทษ ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสเนื่องจากองค์ความรู้ทางวิชาการ และภูมิปัญญาของพืชกระท่อมหายไป มหาวิทยาลัยทักษิณในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมจะเป็นส่วนเชื่อมประสานและสร้างการสื่อสารสาธารณะ พร้อมสนับสนุนทีมนักวิจัยในการศึกษาพืชกระท่อม เพื่อการผลิตยาและพืชสมุนไพรพื้นถิ่น โดยเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ กล่าวคือ ต้นน้ำ เรามีทีมของคณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน ในการสนับสนุนและศึกษาเรื่องของการเพาะปลูกพืชกระท่อม และส่งเสริมแนะนำวิธีการเพาะปลูกให้แก่ผู้สนใจ กลางน้ำ นำโดยคณะวิทยาศาสตร์ที่จะวิจัยและพัฒนาเรื่องของสารสกัดที่มีอยู่ในพืชกระท่อมสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ทางยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง หรืออื่น ๆ ส่วนปลายน้ำ มุ่งเน้นในเรื่องของการนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ยังสามารถรวบรวมองค์ความรู้ต่อยอดเป็นความรู้สาธารณะของชุมชนที่จะถ่ายทอดสู่ชุมชนในวงกว้างอันเป็นที่มาของการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และผู้สนใจต่อไป”