วันพฤหัสบดี, 26 พฤศจิกายน 2563

รมช.นิพนธ์ ไม่ท้อเดินหน้าแจกข้าวกล่อง และถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อน ปชช.ช่วงโควิดฯ ร่วมกว่า 3 เดือน

วันที่ 4 มิ.ย.2563 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปมอบถุงยังชีพ ให้แก่พี่น้องประชาชนหมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 8 ในตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยมีตัวแทนจาก พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้ช่วยผู้ดำเนินงานนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ร่วมแจกถุงยังชีพข้าวสาร ปลากระป๋องให้กับพี่น้องประชาชนในตำบลนาทับ ทั้งนี้ รมช.มท.ได้กล่าวแสดงความห่วงใยในฐานะแรกที่เป็นลูกหลานของชาวนาทับ และฐานะที่สองคือแสดงความห่วงใยและความปรารถนาดีในฐานะเป็นตัวแทนของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี และท่านจุรินทร์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มาสู่พี่น้องประชาชนในการร่วมกันสู้ภัยโควิดในครั้งนี้ ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ จะกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ สำหรับข้าวสาร และปลากระป๋องที่นำมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ เราไม่ได้ใช้งบประมาณจากทางราชการแต่อย่างใด โดยได้รับการบริจาคจากภาคเอกชน ที่ยังพอมีกำลัง นำสิ่งของเหล่านี้มาร่วมบริจาค ช่วยเหลือในช่วงการระบาดของโรคโควิด -19 วันนี้จึงได้แวะมาเยี่ยมพี่น้องประชาชนและร่วมให้กำลังใจชุมชน ม.6 และ ม.8 ในช่วงโควิด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าวันนี้ได้นำถุงยังชีพมามอบให้ที่อำเภอจะนะ โดยเริ่มต้นที่ตำบลนาทับ เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งของที่นำมามอบในวันนี้เป็นสิ่งของที่ได้รับบริจาคมา โดยไม่ได้ใช้งบประมาณจากทางราชการใดๆทั้งสิ้น คิดว่าในช่วงนี้เป็นช่วงที่ย่างเข้าเดือนที่ 4 แล้วที่ทุกคนอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าต้องระมัดระวัง การที่จะเดินทางไปไหนมาไหน โดยไม่ได้ประกอบอาชีพมาเป็นระยะเวลาพอสมควร พี่น้องประชาชนจึงต้องได้รับการดูแล ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้ดูแลผู้ที่ตกงาน ผู้ว่างงาน ผู้ที่ประกอบกิจการไม่ได้ แม้กระทั่งพี่น้องเกษตรกร ที่รัฐบาลต้องเยียวยาพี่น้องเกษตรกรทุกๆ อาชีพนั้นรัฐบาลก็ยังต้องดูแลให้ดีที่สุด แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา วันนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะช่วยบรรเทาเยียวยาพี่น้องประขาชนทุกกลุ่ม เท่าที่เราสามารถจะทำได้ จึงเชิญชวนภาคเอกชน แม้ว่าใน 3 เดือนที่ผ่านมาเราทุ่มเทกันมากแล้ว แต่ก็อยากให้เราร่วมมือกันอีกสักระยะหนึ่ง

ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั่วประเทศทุกกลุ่มอาชีพ ไปแล้วกว่า 500,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลยังยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และในส่วนของภาคใต้ ได้ดำเนินการแจกถุงยังชีพทั่วภาคใต้ ไปแล้วโดยใช้ข้าวสาร 50,000 ถุง ปลากระป๋อง กว่า 600,000 กระป๋อง จึงต้องขอบขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนมาตรการ ต่างๆของรัฐบาลที่ออกมาในช่วงโควิดฯ รวมถึงท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และที่ขาดไม่ได้คือ กลไก อสม.ที่ทำให้ประเทศไทยเราเข้มแข็ง จึงต้องขอขอบคุณกลไกของกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำให้ประเทศไทยเราเข้มแข็ง