วันศุกร์, 27 พฤศจิกายน 2563

“อ.ศิวะ อินทะโคตร” มรภ.สงขลา คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 4 ประกวดจิตรกรรมกาแฟนานาชาติ จากผลงานกว่า 700 ชิ้นทั่วโลก

 “อาจารย์ศิวะ อินทะโคตร” หลักสูตรทัศนศิลป์ มรภ.สงขลา คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 4 ประกวดจิตรกรรมกาแฟนานาชาติ International Coffee Painting Contest ครั้งที่ 2 ณ ประเทศโคโซโว จากผลงานกว่า 700 ชิ้นทั่วโลก เจ้าตัวเผยได้รับแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงานจากเด็กที่กำลังวิ่งเล่น สื่อความน่ารักน่าเอ็นดู ความซื่อบริสุทธิ์

                อาจารย์ศิวะ อินทะโคตร อาจารย์ประจำหลักสูตรทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่10 สิงหาคม ที่ผ่านมาตนได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 4 ในการประกวดจิตรกรรมกาแฟนานาชาติ International Coffee Painting Contest ครั้งที่ 2 ณ ประเทศโคโซโว โดยมีผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวดกว่า 700 ชิ้นทั่วโลก ซึ่งการจัดประกวดครั้งที่ 2 นี้จัดโดย IWS BXH Gallery ใช้ชื่อหัวข้อการประกวดว่า 2nd edition of Coffee Paint Online Contest โดยมีเงื่อนไขการประกวดว่าต้องใช้สื่อในการวาดภาพที่เป็นกาแฟไม่ต่ำ 80% และสามารถใช้สื่อสีน้ำประกอบได้ไม่เกิน 20% ไม่จำกัดขนาดผลงาน

                อาจารย์ศิวะ กล่าวว่า การประกวดเป็นแบบออนไลน์ โดยส่งผลงานเป็นไฟล์ภาพไปที่หน้าเว็บเพจการประกวด IWS CAFE GALLERY ตามระยะเวลาที่กำหนด และเมื่อมีการคัดเลือกตัดสินผลงานโดยคณะกรรมการแล้ว จึงมีการประกาศผลออกมา โดยคัดเลือกเอาผู้ชนะเพียง 10 ผลงานที่ดีที่สุด (10 Best work  from Online Coffee Paint Contest,  2nd edition) เรียงลำดับรางวัลเป็นอันดับ 1-10 ซึ่งผลงานทั้ง 10 ชิ้นที่ชนะการประกวด และผลงานที่ผ่านการคัดเลือกบางส่วน จะถูกนำไปจัดแสดงที่ IWS BXH Gallery ประเทศโคโซโว ในเดือนกันยายนนี้

                อาจารย์ประจำหลักสูตรทัศนศิลป์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากการประกวดครั้งนี้มีเทคนิคและวัสดุเป็นตัวกำหนด จึงต้องคำนึงถึงความโดดเด่นของสีที่เกิดจากกาแฟเป็นส่วนสำคัญ และต้องสามารถสื่ออารมณ์เนื้อหาของภาพได้ด้วย ผลงานของตนได้รับแรงบันดาลใจมาจากเด็กที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ จึงได้นำมาเป็นต้นแบบวาด เพื่อสื่อถึงความน่ารัก น่าเอ็นดู ความซื่อบริสุทธิ์ของเด็กที่มองแล้วรู้สึกมีความสุขและสบายใจ เป็นเนื้อหาง่ายๆ ที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องสามารถแสดงความงามเชิงเทคนิคของความเป็นสีและคราบที่เกิดจากกาแฟ ต้องสามารถสื่อเทคนิคออกมาในภาพด้วย รวมไปถึงองค์ประกอบ แสงเงา บรรยากาศ เมื่อรวมส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้แล้ว สามารถสื่อหรือสะท้อนความน่ารักน่าเอ็นดู ความบริสุทธิ์ ความอิสระที่เกิดจากตัวเด็กให้ออกมาได้ในผลงาน

                ในส่วนของวิธีสร้างสรรค์ผลงานและเทคนิคที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานนั้น ตนนำผงกาแฟมาบดผสมน้ำเปล่า น้ำผึ้ง และกาวกระถิ่น ในอัตราส่วนผงกาแฟ 80% น้ำเปล่า น้ำผึ้ง และกาวกระถิ่น 20% บดผสมให้เข้ากันจนเนียนละเอียด แล้วนำสีน้ำ สีที่ต้องการผสมลงไปราว 15% บดผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน และนำมาวาดบนกระดาษ เช่นเดียวกับเทคนิคสีน้ำทั่วๆ ไป ซึ่งความยากในการสร้างสรรค์ผลงานอยู่ที่ตัวกาแฟ เป็นวัสดุที่ไม่มีเนื้อสี (Pigment) มีเพียงความเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ จากเมล็ดกาแฟเอง เมื่อนำมาวาดลงบนกระดาษจะได้น้ำหนักที่เบาและไม่คงทน ต้องนำมาผสมส่วนผสมต่างๆ อีกครั้ง เพื่อให้เกิดความคงทนและได้น้ำหนักเข้มของภาพตามที่ต้องการ และเมล็ดกาแฟไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาวาดภาพ การผสมส่วนผสมครั้งแรกๆ จึงยังไม่ได้ผล ต้องทดลองอยู่นานจนส่วนผสมลงตัวได้ดีและสามารถควบคุมเทคนิคได้ตามที่ต้องการ

                “ผลงานชุดวาดจากกาแฟที่ผมสร้างสรรค์ขึ้นมีทั้งหมด 10 ชิ้น เป็นการทดลองเพื่อหาความลงตัว และคัดเลือกมา 3 ผลงานเพื่อนำไปส่งประกวด การคาดหวัง จึงมีเพียงแค่ผ่านเข้าร่วมแสดงก็พอใจแล้ว 1 ใน 3 ชิ้นนั้น ชิ้นใดก็ได้ เมื่อทราบผลว่าได้รับรางวัลอันดับ 4 จึงถือว่าเหนือความคาดหมายมาก เนื่องจากมีจำนวนผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดมากมายทั่วโลก และการประกวดครั้งแรกที่ส่งนั้นตกรอบ เพราะไม่คิดว่า สีจากกาแฟ จะสามารถสร้างงานได้จริงจังขนาดนี้ ในครั้งที่ 2 ต่อมาจึงศึกษาค้นคว้าส่วนผสมใหม่ จนได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ และรู้สึกดีใจกับรางวัลที่ได้รับ ส่วนหนึ่งคือทำให้เรามั่นใจว่าการวาดภาพไปตามแนวเรื่องที่เราสนใจ และพยายามทำให้ดีที่สุด ผลของมันจะออกมาดีเอง ดีทั้งสำหรับเราผู้สร้างงาน และคนอื่นที่ดูก็รู้สึกได้ตามแนวเรื่องที่เราสื่อสารออกมา” อาจารย์ศิวะ กล่าวและว่า

                แม้ตนจะได้รับรางวัลในเวทีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ในแง่ของการประสบความสำเร็จนั้น ในมุมมองของตนยังถือว่าไม่ใช่การประสบความเสร็จ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการทำงานในกลุ่มเครือข่ายนี้ หรือการทำงานในลักษณะนี้เท่านั้น ยังต้องเดินทางอีกไกล ในส่วนที่พอจะเรียกว่าประสบความสำเร็จได้ อาจจะเฉพาะการที่ผลงานของเราสามารถไปถึงรางวัล เฉพาะประเด็นนี้เท่านั้น และอยากฝากไปถึงศิลปินรุ่นใหม่ว่า พยายามทำงานในแนวทาง ทั้งรูปแบบ และเนื้อหาที่เราสนใจจริงๆ รู้สึกและได้รับแรงบันดาลใจจริงๆ และสื่อสารออกมาให้ได้ตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ พยายามฝึกฝนทักษะพื้นฐานต่างๆ ทางด้านการวาดรูป ที่จำเป็นจะต้องนำมาใช้ในการทำงาน

                สิ่งที่เป็นความจำเป็นของความรู้ความเข้าใจต่างๆ ต้องเรียนรู้และฝึกฝนให้มาก หมั่นทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ทำแบบไฟไหม้ฟาง คือ วันนี้ขยันมากก็ทำแบบหักโหม วันไหนที่ไม่ขยันก็ไม่ทำเลย แบบนั้นจะไม่ดี ควรทำแบบกลางๆ คือฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอไปเรื่อยๆ แล้วดอกผลของการฝึกฝนจะค่อยๆ เกิดขึ้นเองตามลำดับ เมื่อเราเข้าใจด้วยตัวเราเอง สิ่งเหล่านี้จะอยู่กับเราไปตลอดและอยู่กับเราอย่างแท้จริง ไม่มาๆ หายๆ และสามารถนำออกมาใช้ได้ตลอดเวลาทันท่วงที การฝึกฝนทักษะพื้นฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ควบคู่ไปกับการฝึกฝนความคิด มุมมอง และการหาแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ตรง เมื่อรวมกันแล้วผลงานจะสามารถสื่อสารและมีคุณค่าในตัวเอง