วันพฤหัสบดี, 26 พฤศจิกายน 2563

เคาะแล้ว 6 มาตรการ ผ่อนปรน ทั่วประเทศ แต่ต้องขึ้นกับดุลยพินิจของผู้ว่า แต่ละจังหวัด

วันที่ 30 เมษายน 2563 หลังจาก  นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าว สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19    โดยประเทศไทยมีรายงาน ผู้ป่วยใหม่จำนวน   7 ราย ยอดสะสมรวม 2,954 คน  ไม่พบผู้เสียชีวิต รวมเสียชีวิต 54 ราย

จึงมีมาตรการผ่อนปรน ประเภทกิจการและกิจกกรรม มีจุดสำคัญ ดังนี้

1.ตลาด  ตลาดสด  ตลาดนัด  ตลาดน้ำ ถนนคนเดิน แผงลอย

2.ร้านจำหน่ายอาหาร ร้านอาหารทั่วไป เครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม นอกห้างสรรพพสินค้า  ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่

3.กิจการค้าปลีก-ส่ง   ซูปเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อ  รถเร่ รถวิ่งขายสินค้า อุปโภค บริโภค  ร้านค้าปลีขนาดย่อม ร้านค้าปลีกชุมชน

4.กีฬาสันทนาการ เดิน รำไทเก็ก สนามกีฬากลางแจ้ง ไม่เล่นเป็นทีม ไม่แข็งขัน เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟ

5.ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย

6.ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับฝากสัตว์

ศบค.จะกำหนดมาตรการผ่อนปรนเป็นมาตรฐานกลาง และให้ผู้ว่าแต่ละจังหวัด ผู้ว่า กทม. กำหนดรายละเอียดต่อไป โดยแต่ละพื้นที่สามารถเข้มข้นมากกว่ามาตรฐานกลางได้ แต่หย่อนกว่าไม่ได้ โดยให้ยึดปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก ส่วนมาตรการทางสังคม และเศรษฐกิจจะนำมาประกอบการพิจารณา   และจะทำคู่มือสำหรับมาตรการผ่อนปรนออกมา และจะมีการประเมินการผ่อนปรนทุก 14 วัน หากตัวเลขผู้ป่วยไม่เพิ่มขึ้น จะผ่อนปรนต่อไปสู่ระยะที่ 2 กิจการที่มีความเสี่ยงต่ำ , ระยะที่ 3 กิจการที่มีความเสี่ยงกลาง และระยะที่ 4  กิจการที่มีความเสี่ยงสูง แต่หากตัวป่วยพุ่งสูงขึ้น จะกลับมาทบทวนใหม่ และอาจต้องกลับไปควบคุมเข้มข้นอย่างเดิม

ขณะที่คำสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกฮอลล์นั้น ยังคงคำสั่งเดิมไว้แบบไม่มีระยะเวลากำหนด