วันพฤหัสบดี, 3 ธันวาคม 2563

เทศบาลนครสงขลา ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง เน้นรณรงค์ให้ใช้วัสดุพื้นบ้านหรือวัสดุจากธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่ายในการทำกระทง มีประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมงานอย่างคึกคัก

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เทศบาลนครสงขลา กำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2562 โดยมีนายวรณัฎฐ์ หนูรอต ปลัดจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ พร้อมด้วย ดร.สมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองสงขลา นายพนมเทียน เส้งวั่น ท้องถิ่นจังหวัดสงขลา นางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล เข้าร่วมงานและร่วมลอยกระทง

โดยภายในงานมีการประดับไฟเพิ่มแสงสว่างและตกแต่งอย่างสวยงาม และมีประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวมาร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทงในปีนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทงที่นำมาลอยจะทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง หยวกกล้วย กลีบดอกไม้ ใบไม้ ขนมปังสีสันสวยงามหลากหลายรูปแบบ

ดร.สมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าวว่า การจัดงานฯ ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์และสืบสานประเพณีลอยกระทง และเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนให้มีความตระหนักในการมีส่วนร่วมสืบสานประเพณีของไทย โดยเทศบาลนครสงขลาได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับให้ประชาชนได้ร่วมลอยกระทง และจัดให้มีการแสดงดนตรีจากนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครสงขลา การแสดงจากศูนย์รวมชมรมคนรักสุขภาพ เพื่อมอบความสุขให้กับประชาชนที่มาร่วมสืบสานประเพณี นอกจากนี้ เทศบาลนครสงขลาได้ขอความร่วมมือจากประชาชนในการรณรงค์ และให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมกับแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ โดยรณรงค์ให้ใช้วัสดุพื้นบ้านหรือวัสดุจากธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่ายในการทำกระทง เช่น ใบตอง หยวกกล้วย หรือขนมปัง ที่สามารถเป็นอาหารของปลาและสัตว์น้ำอื่นได้ แทนการใช้โฟมซึ่งย่อยสลายได้ยาก เป็นเหตุให้แม่น้ำลำคลอง สกปรกเน่าเหม็น เกิดภาวะเป็นพิษ รวมถึงรณรงค์การจุดดอกไม้ไฟ ประทัด พลุหรือปล่อยโคมลอย ไม่ควรจุดในที่ชุมชนที่มีประชาชนและยวดยานพาหนะสัญจรไปมา ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สินของประชาชนได้ 

วันลอยกระทง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 เป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณโดยมีความเชื่อว่าเป็นพิธีรับเสด็จพระพุทธองค์กลับลงมาจากสวรรค์หลังเสด็จไปโปรดพุทธมารดา บูชารอยพระพุทธบาท บูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ บางก็เชื่อว่าบูชาพระอุปคุตเถระ หรือเป็นการบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อ แต่ปัจจุบันนิยมทำเพื่อขอขมา และระลึกถึงคุณพระแม่คงคา ที่ได้อำนวยประโยชน์ต่างๆ แก่มนุษย์ โดยประเพณีลอยกระทงมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยประมาณ 700 ปีมาแล้ว ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอกในพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่า “พิธีจองเปรียง” ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป ประเพณีลอยกระทงได้เข้าสู่ประเทศไทยในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีประมาณ พ.ศ. 1800 ดังปรากฏในหนังสือนางนพมาศ แม้เวลาจะล่วงเลยมานาน แต่ประเพณีลอยกระทงก็ยังยึดมั่นอยู่กับคนไทย เพราะนอกจากเป็นการสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทยไว้แล้วยังเป็นการระลึกถึงคุณค่าของแม่น้ำ อีกทั้งเป็นการขอขมาพระแม่คงคาที่ได้ทิ้งและถ่ายสิ่งปฏิกูลลงไปในแหล่งน้ำต่างๆ พร้อมลอยทุกข์โศกโรคภัยและสิ่งไม่ดี คล้ายกับพิธีลอยบาปของพราหมณ์